Journey 01_‘ในทางกลับกัน…: Animation in the other way round’

ภาพในวันงานระหว่างกิจกรรมแรก :)
ภาพในวันงานระหว่างกิจกรรมแรก 🙂

Animation เป็น เครื่องมือ (tool/medium)

= ไม่มีนิยามความตายตัว ?
= เชื่อมโยงกันด้วยพื้นฐานของ persistence of vision ?
= มีหรือไม่มี storytelling ก็ได้?
= มีหรือไม่มี character ก็ได้ ?

ถ้าไม่ตั้งคำถามใหม่ เราก็จะไม่เจอคำตอบใหม่ๆ
=> อะไรที่จะนำไปสู่การขยายขอบเขตการสร้างงานให้กว้างกว่าเดิม?


What is ‘animation’?
What is ‘life’?


มาสังเกต เรียนรู้ และทดลองสร้างงานแอนิเมชันร่วมกันแบบ Collective ด้วยเทคนิค Charcoal Animation ที่จะวาดและลบบนกระดาษแผ่นเดียว เปิดมุมมองใหม่จากความเข้าใจในการสร้างงานแอนิเมชันแบบ Frame by Frame ที่ต้องวาดทีละแผ่น กิจกรรมนี้ยังมีไฮไลต์เป็น Movement Performance ที่ทุกคนจะได้ตั้งคำถามต่อการรับรู้การเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และชีวิต ที่อาจทลายกรอบคิดเดิม ๆ ของงานแอนิเมชัน

Continue reading

🎒💬Student Pitching training ของ RIGA International Film Festival

อะไรคือการ Pitching ของฝั่ง Animation? มีความสำคัญอย่างไร? ทำไปเพื่ออะไร?
เหมือนหรือต่างอย่างไรกับการ Pitch หนัง Live-action?

ตอนนี้เป็นแค่นักเรียนเอง ต้องฝึก Pitching แล้วหรอ?

…จะเริ่มต้นเตรียมตัวยังไงดีล่ะ?
ถ้ามีคำถามเหล่านี้อยู่ละก็ ขอเชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ 🙂
การบรรยายครั้งนี้จะไขข้อสงสัยให้กับคุณเอง!

[Writer’s note]

สวัสดีค่า
พอดีเบลล์มีโอกาสได้เข้าร่วม Student Pitching training ของ RIGA International Film Festival แล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์มากๆค่ะ อยากมาแชร์ให้ลองไปดู เค้ามีอัด Youtube LIVE เอาไว้ เผื่อใครอยากลองหาโอกาสหา Producer หาทุนทำหนังของตัวเองนะคะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับนักทำหนังแบบ independent ค่ะ 🙂

Continue reading

Re-anima ทุนเต็มจำนวน Erasmus Mundus สำหรับสาย Animation โดยเฉพาะ เปิดรับสมัครนักเรียนรุ่นแรกแล้ว!

EUROPEAN JOINT MASTER IN ANIMATION

หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อทุน ERASMUS MUNDUS กันมาบ้างแล้วถึงประโยชน์มากมายมหาศาลจากการได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนในประเทศต่างๆอย่างน้อย 2 ประเทศตลอดระยะเวลาโครงการเรียน 1-2 ปี และมีสิทธิได้รับทุนเต็มจำนวน ครอบคลุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ซึ่งโครงการใน ERASMUS MUNDUS JOINT MASTER DEGREE (EMJMD) เหล่านี้ หากใครสนใจสมัครเรียนจริงๆก็สามารถจ่ายเงินเรียนเองได้เช่นกันค่ะ

แต่นี่เป็นโอกาสสำหรับใครที่กำลังหาทางเรียนด้าน animation โดยเฉพาะแต่ประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เลยนะ มาลองดูข้อมูลคอร์ส Re-anima กันคร่าวๆดีกว่าค่ะ 🙂

* ปิดรับสมัครวันที่ 12 มกราคม 2020

GENK / HELSINKI / LISBON

From FICTION NARRATIVE to DOCUMENTARY and EXPERIMENTAL USES OF ANIMATION IN EXPANDED FIELDS

Finland

จาก BELGIUM สู่ FINLAND และ PORTUGAL

เป็นการร่วมมือของ 3 มหาลัยหลัก คือ

  1. Luca School of Arts C-MINE CAMPUS Genk, Belgium
  2. Aalto University ELO DEPARTMENT OF FILM, TELEVISION AND SCENOGRAPHY Helsinki, Finland
  3. Universidade Lusófona FILM AND MEDIA ARTS DEPARTMENT Lisbon, Portugal

ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวรู้จักแค่ของทาง Aalto University เพราะได้ไปเดินดู facility ของมหาลัยกับพูดคุยฟังความเห็นของรุ่นพี่นักเรียนไทยปัจจุบันที่เรียนต่อในด้าน Multidiscpinary art อยู่ที่ Aalto ภาพรวมทางด้านศิลปะของ Finland มีความหัวก้าวหน้าสูงและเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่อยากจะ ขยายขอบเขตมุมมองต่องานศิลปะโดยใช้สื่อเป็น Animation หรือแม้แต่อยากจะข้ามสายก็ตาม เพราะถึงแม้ตัว course ที่ลงไว้ของโปรแกรม Erasmus จะไม่ได้มีของสายอื่นมา แต่เราอาจจะขอไป sit in หรือพูดคุยพบเจอกับเด็กสาขาอื่น ความเป็นไปได้ในการสร้างงานแบบหลุดจากกรอบของหนังจึงค่อนข้างเป็นไปได้สูงที่ Aalto นี้ ถึงแม้สาขา Animation เองจะเปิดมาได้ไม่นาน เมื่อเทียบของ Estonian Academy of Arts ที่ผู้เขียนกำลังเรียนอยู่ค่ะ พอดีเคยอยากไป Erasmus Exchange ที่ Aalto แต่การแข่งขันสูงมากกกก ถ้ายังไงอยากให้ลองสมัครดูนะคะ สำหรับสาย Experimental แต่ต่อไม่จะไม่ไปหลุดขนาดนั้น กรอบที่ทางโปรแกรมวางไว้ก็น่าสนใจอยู่ดีค่ะ 🙂

ลองอ่านดูงานของอาจารย์แต่ละมหาลัยก่อนได้ที่ https://www.reanima.eu/teachers/

 

Requirement

ทางโปรแกรมระบุว่าต้องการรับผู้สมัครที่มี skill ด้าน animation มาแล้วแต่อยากต่อยอดเพิ่มเติมค่ะ

  1. Application Form (online)
  2. Copy of passport/identification card*
  3. Recent head-shot photograph
  4. Final university diploma from a previous degree(s) – BA or Master with minimum National Framework Qualifications level 8
  5. Curriculum vitae (must provide professional qualification(s), experience, pieces of work(s), job(s), task(s), professional skills in film-making)
  6. Two or three Letters of Recommendation*
  7. Letter of motivation that expresses interest in studying at ReAnima (max 1000 characters)
  8. Expectations concerning knowledge to acquire (max 1000 characters)
  9. Project Proposal*
  10. Portfolio/ showreel of previous films and animation projects*
  11. Certified copies of an English language certificate (B2, IELTS 6.0, TOEFL iBT 79)*
  12. A residence certificate issued in accordance with the candidate’s municipality normal registration rules or, a certificate from the candidate’s place of work, study or training issued by the employer or institution in question.

*อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.reanima.eu/application-requirements/

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.reanima.eu/the-master/course-curriculum/academic-programme/

Reignite my spirit: Estonian Summer and Berlin Trip

MidSummer at Stroomi rand
MidSummer at Stroomi rand

Thanks for Summer in Tallinn, museums in Berlin and everybody I met throughout this hot and flourish season (Both in Tallinn and Berlin). You cured my soul ☀️🌼✨

Unlock from the unsolved problems, admit the truth, so I now can move on…  I will make my life here different from the previous year 🙂 🇪🇪

#KiwiinEesti year 2, perfectly started with I finally regaining my lost soul.

{Colleague}: แชร์ไอเดียวิชาศิลปะในฝัน

Image may contain: one or more people and text

{ Colleague คืออะไร? }

เมื่อปลายปี 2013 เด็กจบใหม่ 7 คนจากมหาวิทยาลัยพระจอมเก้าธนบุรี (บางมด) คณะ Communication Design (SoA+D) รวมกลุ่มกันในชื่อ Colleague มีเป้าหมายจัดกิจกรรมทางศิลปะด้วยความเชื่อที่ว่าทุกคนสามารถทำงานศิลปะได้ ศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดและศิลปะเป็นของทุกคน โดยพวกเราได้จัดกิจกรรม Human-Noid creative workshop by Colleague ร่วมกับหอศิลป์ S.A.C. Subhashok The Arts Centre ซึ่งมีศิลปินมากความสามารถสองท่านจากนิทรรศการ Human-Noid (คุณเปี่ยมจันทร์ บุญไตร และ คุณอรรถวิทย์ บุญวรรณ) ร่วมค้นหาและสร้างงานศิลปะจากเรื่องราวใกล้ตัวผ่านเทคนิคการวาดและการปั้น

{ Colleague’s mission }

จุดมุ่งหมายในการทำกิจกรรมของพวกเรา Colleauge  คือ

  1. เสนอมุมมองต่อศิลปะว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือจับต้องได้ยาก
  2. สนับสนุนการไปดูงานศิลปะในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ต้องกลัวจะดูไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ
  3. ทำให้ความแตกต่างหลากหลายเป็นเรื่องที่ปกติ งานชิ้นเดียวกัน คนแต่ละคนอาจจะเห็นคนละมุมมองแม้แต่ในมุมของคนสร้างงานเอง หัวข้อหรือประเด็นเดียวกันก็ยังใช้วิธีสื่อสารกันออกมาคนละแบบ
  4. ทำให้ศิลปะเป็นเครื่องมือในสื่อสารความคิดที่ไม่ว่าใครก็กล้าใช้ ในแบบของตัวเอง
  5. เปิดพื้นที่แบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อเชื่อมโยง ศิลปิน งานศิลปะ และผู้ชมงาน

โครงสร้างของ workshop ออกแบบมาด้วยแรงบันดาลใจจากการสอนของอาจารย์ชื่อ Mike Croft ที่เคยบอกนักเรียนทุกคนในวิชาเลือกของเค้าว่า ‘อย่ามองฉันเป็นอาจารย์ แต่ให้มองว่าเราเป็นเพื่อนร่วมเรียนด้วยกัน (I’m your colleauge)‘ เพราะอาจารย์จะร่วมทดลองไปด้วยกันแทบจะทุกกิจกรรมที่นำมาสอน ไม่ว่าพวกเราจะวาดอะไร ค้นหาอะไร อาจารย์ก็จะร่วมทำไปด้วย การได้เห็นอาจารย์เปิดใจเรียนรู้มุมมองของนักเรียน และทดลองไปด้วยกันจริงๆ ทำให้เรารู้สึกได้รับความกล้ามากขึ้นในการแลกเปลี่ยนกับอาจารย์

พวกเรา Colleauge จึงออกแบบโครงสร้าง workshop โดยวางตำแหน่งทีม Colleague เป็น ‘ผู้นำกระบวนการ’ ที่ถอดเอาวิธีคิดและเทคนิคของศิลปินมาเป็นแกนในการสร้างกิจกรรม โดยเน้นเชื่อมโยงแนวความคิดของศิลปินกับผู้เข้าร่วม เพื่อต่อยอดไปสู่การทำความเข้าใจตัวเองผ่านกระบวนการทำงานศิลปะ และสร้างบรรยากาศความเข้าใจในองค์รวมว่า ศิลปิน ก็คือคนหนึ่งที่มีความรู้/ถนัด/มีความสนใจต่อสิ่งหนึ่งมาก ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆเอง ก็มีความถนัด/ความชอบ/ความสนใจ/มุมมองที่แตกต่างกันไปเช่นกัน เพราะฉะนั้น ทุกคน ก็สามารถสร้างงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิดในแบบของตัวเองได้ เช่นเดียวกับศิลปินที่เราชวนมาร่วมในครั้งนี้เช่นกัน ที่สำคัญ…เมื่อต้องเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดอะไร  ศิลปินจะเข้าไปนั่งในกลุ่มร่วมกันกับผู้เข้าร่วมทุกคน เพราะพวกเราเน้นเสมอว่า ทุกคนเป็นเพื่อนเรียนรู้ไปด้วยกัน 

Continue reading

[Kiwi-in-Eesti] เมื่อเดินฝ่าหมอกมาจนถึงหน้าร้อน : รีวิวชีวิตการเรียน Animation ปีแรกที่เอสโตเนีย

“After one year, we still alive”

IMG_9066

7 June 2019 –

พวกเรา MA Animation รุ่น 18 ได้รับเกรียติจากอาจารย์สองท่านผู้เป็นเสาหลักของการเรียนที่นี่ Priit & Olga Pärn ให้ไปร่วมกันฉลองจบปีการศึกษาที่ 1 ที่บ้านของพวกเขา

ความอบอุ่นของ party ตอนจบเทอมแรกยังอบอวลอยู่ไม่จาง เรายังจำความอร่อยของซุป Goulash สูตร Hungarian ที่ อจ. Priit ทำคราวก่อนได้ดี ยังจำได้ถึงความรู้สึกเก้กังๆ กับความแปลกใหม่ทั้งหมดที่มีตอนจบเทอมหนึ่ง… แต่การรวมตัวฉลองกันครั้งนี้ เรารู้สึกต่างไปจากครั้งก่อน เราสัมผัสได้ถึงความปล่อยใจสบายของตัวเอง สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของทุกคนที่ชัดเจนมากกว่าเดิม บทสนทนาแบบที่ไม่ใช่คนพึ่งมาทำความรู้จักกันใหม่ๆ พวกเราเปิดใจและสนิทกันมากขึ้น ถ้าไม่นับเรื่องเรียนเลย เราก็ยังดีใจและรู้สึกโชคดีมากๆที่ได้รู้จักและถูกรายล้อมด้วยกลุ่มคนเหล่านี้ 🙂

เวลามันผ่านไปไวจริงๆ

รู้ตัวอีกที… เราก็ใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนที่เคยเป็นเสมือนป่าหมอกหนาหนาวเหน็บสีเทาอมฟ้ามาจนครบหนึ่งปีแล้ว!

หมอกที่เคยเป็นปริศนาได้จางหายไปแล้ว ตอนนี้แสงจากพระอาทิตย์ที่เคยซ่อนตัวหลังเมฆตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ส่องแสงแยงตาจี้ตูดให้เด้งจากเตียงไวขึ้นทุกที ในขณะเดียวกัน แสงแดดก็ส่องให้เห็นถึงความชัดเจน ว่าสิ่งที่มันขุ่นมัวนั้น…แท้จริงแล้ว… คือข้างในตัวเรานั่นเอง

เราได้มาอยู่ในที่ๆเคยฝันไว้แล้ว…
แต่เราได้ทำอะไรเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายในฝัน ณ พื้นที่แห่งนี้บ้าง?
เราพยายามมากพอแล้วหรือยังนะ?

คำตอบที่รู้อยู่แก่ใจ … แต่เรากลับไม่มีแรงทำตาม Statement ที่ตัวเองเขียนตอนสมัครเรียนมาเลย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ตัวเองเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่งเก่งเอย หรือเราอาจจะยังไม่เหมาะกับการเรียน/ทำงานโดยไม่มีใครมาจี้เราเอย เมื่อมาทบทวนดูจริงๆแล้ว เรายังได้ไม่ถึง 40% ของสิ่งที่เราคาดหวังไว้จากการมาเรียน ป โท เลย…อืมมมมม!

แต่ 40% ที่เราได้ใน 1 ปีนั้น มันทำให้เราได้ค้นพบและเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นจริงๆ

ซึ่งมันก็ ดีต่อใจ…มากๆ

It’s already one year since I left my home, my previous lifestyle, my family, to this unknown land, full of a mysterious mist just to find a better self of mine.

 

14 Aug 2019 – ครบรอบ 1 ปีที่อยู่ Estonia

เนื่องจากครบรอบ 1 ปีแล้ว ก็เลยอยากจะทบทวนตัวเอง เพื่อขีดเส้นให้กับชีวิตข้างหน้าให้ชัดเจนขึ้น เราผ่านจุดปรับตัวมานานเกินไปละแหละ แต่ชีวิตเราก็มีหลายตลบจริงๆใน 1 ปีนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ 14 Aug 2018 ที่ต้องย้ายมาอยู่ต่างแดนคนเดียว จนก่อนจะถึงวันที่พี่จั๊กย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ เราเรียนรู้อะไรจาก Phrase แรกของการอยู่คนเดียวบ้าง จะลองตกผลึกดูค่ะ…

Phrase 01 : Living Alone, surviving skill 101

การอยู่คนเดียวที่ต่างประเทศ เราต้องพัฒนา skill หลายๆอย่างที่ไม่ได้ใช้มานานในหลายๆแง่มุม สิ่งที่เคยถนัดเมื่อสมัยเด็ก โตขึ้นอาจจะไม่กล้าเท่าเมื่อก่อน บางอย่างถ้าเป็นภาษาไทยก็คงไม่มีปัญหาอะไร เช่น การผูกมิตรทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ เป็นต้น

เราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบมีความสุขในทุกวัน ความสุขจากเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เจอในชีวิตประจำวัน ความสุขแบบที่ไม่ไปเปรียบเทียบกับใคร ความสุขที่มาจากการได้ตื่นมาสุขภาพแข็งแรง ได้ใช้ชีวิตในทุกๆวัน ได้ทำอาหารกินเอง ได้เห็นต้นไม้ที่ปลูกค่อยๆโต ได้คุยกับที่บ้าน ได้กินข้าวอร่อยๆฝีมือเพื่อนบ้าง ได้ค่อยๆสนิทกับเพื่อนที่นี่ ได้ไปสังสรรเจอคนใหม่ๆ ได้ฟังความคิดใหม่ๆ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ได้เปิดโลกความเข้าใจเกี่ยวกับโลกนี้ผ่านประสบการณ์จริงของเพื่อน ผ่านมุมมองของคนที่มาจากประเทศนั้นจริงๆ ได้พยายามเลิกการเสียเวลาเลื่อนดู Feed FB/IG แบบไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมายนานๆ ซึ่งสำเร็จอยู่หลายเดือน พึ่งกลับมาเล่น IG เมื่อ มกรา 2019 เพราะอยากมี visual memory ที่แบ่งปันให้ที่บ้านบ้าง

ซึ่งต่างกับตอนอยู่ กรุงเทพ คือเราจะเสพติดการเลื่อนมือถือกว่านี้มาก ความสุขในทุกวันของเรามาจากความสำเร็จในการทำงานล้วนๆ ไม่มีโอกาสไปสูดอากาศ คนนั้นเที่ยวอีกแล้ว อยากเที่ยวบ้าง อยากมีเงินไปโน่นนี่บ้าง อยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ อยากกินโน่นนี่นั่น ต้องหาเงินมาเพื่อสูบฉีดให้มีความสุขมากขึ้นๆ… I learn how to enjoy every bit of life.  I enjoy present… so much that I will not regret if I’m suddenly travel to another world

ว้า…เขียนค้างไว้ 555 ต้องเขียนครบรอบ 2 ปีแล้ว แต่นี่คือหัวข้อที่เขียนทิ้งไว้ของครบรอบ 1 ปี

Go out, hang out, make friends!

Servival Cooking Skill, improved!

Working in Thai restuarant.

Working from abord.

 

Living in Utopia

ขอเขียน Part 2 ของชีวิตที่พี่จั๊กย้ายมาอยู่ด้วยที่ Review ครบรอบ 2 ปีแทนนะคะ 5555

Welcome to Estonia with Welcoming Program(settle in Estonia)

เนื่องจากเบลล์ต้องมาอยู่อาศัยในยุโรปคนเดียวเป็นครั้งแรกและไม่รู้จักยุโรปเท่าไหร่เลย (เดิมทีก็ความรู้รอบตัวต่ำอยู่แล้ว = =) เราจึงต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศจุดหมายปลายทางที่จะกลายเป็น บ้านชั่วคราว ของเราเอาไว้ให้ดี

ซึ่งสิ่งแรกที่ประทับใจของ Estonia คือ website ส่วนมากของทั้งรัฐและเอกชนจะมีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษและจัดวางออกแบบได้เข้าใจง่ายดีมากกกก (เทียบกับของรัฐบาลไทยที่น่าสับสนงงงวยแล้วคือสบายใจในการหาข้อมูลกว่าเยอะค่ะ 55) ข้อมูลของการเตรียมเอกสารเค้าเขียนเอาไว้ค่อนข้างละเอียด และหลังจากได้รับ Temporary Residence Permit มา เราก็จะได้รับ email ยืนยันจากทาง PPA พร้อมทั้งแจ้งกับเราว่าได้สิทธิในการเข้าอบรม Welcoming Program ซึ่งเมื่อเข้าไปดู Website เค้าก็อดอมยิ้มกับความพยายามช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ย้ายมาอยู่ในประเทศเค้าไม่ได้ เค้าตั้งใจจริงๆนะทีมนี้! 😀

Screen Shot 2019-07-24 at 7.14.41 PM

 

 

การที่เราต้องย้ายไปอยู่ประเทศใหม่แล้วเค้าพยายามทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถอยู่ร่วมกันกับพลเมืองเค้าได้อย่างสบายใจ จนอาจจะเปลี่ยนใจอยู่กันต่อในระยะยาวนั้นเป็นสิ่งที่ดีงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสามารถเข้าร่วมโครงการเหล่านั้นได้ฟรี! 

🇪🇪 ทำไม Estonia ถึงให้ความสำคัญกับ Expat 🇪🇪

 

เอสโตเนียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรน้อยมาก คือมี 1.3 ล้านคนทั้งประเทศ แถมจำนวนประชากรส่วนมากเป็นผู้หญิง(สวย!)ด้วย แล้วเมืองใหญ่หลักๆก็มีแค่ Tallinn กับ Tartu (นอกนั้นจะออกแนว Village มากกว่า) ซึ่งนอกจากจะมีจำนวนประชากรน้อยแล้ว บางส่วนก็ยังเลือกไปทำงานฟินแลนด์หรือประเทศข้างเคียงเนื่องจากได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า เพราะต่อให้ค่าครองชีพในเอสโตเนียจะไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศ EU อื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับรายได้ในประเทศที่เค้าได้แล้ว มันก็ไม่คุ้ม

การที่ประชากรเลือกทำงานลงทุนในประเทศน้อยก็เลยกระทบกับรายได้และการเติบโตของประเทศเช่นกัน เอสโตเนียจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มจำนวนคนทำงานในประเทศ และด้วยวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้างของคณะรัฐบาลที่เรียกว่าอายุน้อยและหัวสมัยใหม่ เค้าก็เล็งเห็นความสำคัญของแรงงานจากต่างชาติที่จะมาเติมเต็มในประเทศเค้า เอสโตเนีย จึงพยายามถีบตัวเองด้วยการเปิดกว้างด้าน IT และส่งเสริมสนับสนุน start up เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาเปิดบริษัทและทำงานที่ Estonia ถึงขนาดที่มีการออก Visa สำหรับ Start up โดยเฉพาะด้วย

Estonia เป็นจุดเริ่มต้นของ Start up ชื่อดังหลายแห่ง เช่น Skype, TransferWise และ Bolt เป็นต้น ความรุ่งเรืองของการลงทุนที่นี่ทำให้เอสโตเนียถึงกับได้รับสมยานามว่า Silicon Valley ของยุโรปเลยทีเดียว!

แต่การจะอำนวยความสะดวกให้กับคนต่างชาติโดยมี balance ที่ดีกับพลเมืองของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ต้องทำไปด้วยกัน (มีจำกัดจำนวน Visa ที่ได้ต่อปี) รวมไปกระทั่ง การทำให้ชาวต่างชาติที่มาทำงาน เรียนและลงทุนที่นี่อยากอยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็เลยเป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐเค้าต้องมาส่งเสริมตรงนี้

Visit, Study, Work and Sattle in Estonia🇪🇪

Welcoming Programme เป็นหนึ่งโปรแกรมดีๆจากทางรัฐบาลเอสโตเนีย ภายใต้กรอบของ Sattle in Estonia เพื่อต้อนรับชาวต่างชาติที่ย้ายมาอยู่อาศัยในประเทศเอสโตเนีย ไม่ว่าจะมาเรียน มาทำงาน มาสร้างครอบครัว และยังมี Study in Estonia กับ Work in Estonia ด้วย ซึ่งที่ประเทศ EU เหมือนจะมี concept แบบเดียวกันนี้ทุกที่เลย แต่ของเอสโตเนียถือว่าทำดีทีเดียวเลยค่ะ

ซึ่งที่มาเขียนทั้งหมดนี่ก็เพื่อจะเล่าว่าได้เรียนคอร์สภาษาเอสโตเนียอยู่ค่ะ แล้วประทับใจมากกกกก ตอนนี้เป็นคอร์ส A1 หรือเรียกว่าเตรียมอนุบาลนั่นเอง เพราะอาจารย์จะย้ำว่า จบนี่แล้วอยากให้ต่อ A2 นะ เพราะมันคือแค่เบสิคมากๆ ถ้าอยากพูดได้กว้างขึ้นต้องไปต่อ แต่เท่าที่ได้ตอนนี้ก็ช่วยให้อยุ่รอดได้ดีมากขึ้นแล้ว ^^

ตอนนี้เบลล์เลยเรียนภาษาเอสโตเนียทุกเย็นวันจันทร์กับพุธ แต่กลุ่มที่เรียนรวมทั้งอาจารย์คือดีมากกก เข้าใจเลยว่าบรรยากาศในการเรียนมันมีผลกับความอยากเรียนรู้จริงๆ ด้วยความที่ทุกคนเค้ามีความจำเป็นและพยายามใช้ในชีวิตประจำวันมากๆ เค้าก็ฝึกใช้กัน ผิดถูกอะไรก้มาเล่ามาแชร์ให้คนในห้องฟัง จนอยากมาเรียนตลอด ส่วนมากจะเป็นพนักงานจาก TransferWise แล้วก็มีคนที่มาสร้างครอบครัว หรือทำงานอื่นๆที่นี่ ซึ่งหลากหลายเชื้อชาติมาก ทั้งจากประเทศ Finland, UK, USA, Spain, Norway, Philipine, Nigeria, Lithunia, India, Thailand (เบลล์เองค่า) และอื่นๆจำไม่ได้ >< มาเรียนแล้วมีพลังอยากพูดทุกครั้ง แต่พอกลับไปมหาลัยก็ไม่ได้พูดอ่ะ ยังจำศัพท์ได้ไม่มาก แต่สนุกกับการมองภาษาเค้ามากขึ้นแล้ว 

แต่เดี๋ยวก่อน โปรแกรมนี้นอกจากการเผยแพร่วัฒนธรรมและภาษาเอสโตเนียแล้ว ยังมีจัดอบรมอธิบายชี้แจงสิทธิและข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นพื้นฐานให้ในการปรับตัวกันด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น คอร์ส Basic ที่พูดถึง visa คอร์สสำหรับคุณแม่และลูก ที่จะพูดถึงระบบการศึกษาสำหรับเด็ก(พาลูกมาด้วยได้จะมีทีมคอยเล่นและดูแลลูกให้ระหว่างคุณแม่ฟังด้วย) คอร์สสำหรับคนที่สนใจจะเรียนหรือทำวิจัยที่นี่ และคอร์สสำหรับนักลงทุน คือเค้าพยายามเปิดพื้นที่กลางสำหรับให้ความรุ้และเป็นเวทีถามตอบกันในกลุ่มย่อยๆได้ แต่ติดที่รอบมันมีค่อนข้างน้อยอยุ่ (รอบ A2 ของภาษาเอสโตเนียก็มีน้อยจนเค้าบอกว่าเหมือนแย่งกันซื้อบัตรไปดูบอลโลกเลยเช่นกัน 55) เค้าก็พยายามปรับรอบให้เยอะขึ้นอยุ่ ก็ยังต้องพัฒนากันต่อไปเรื่อยๆนิๆ ><

เรียนรู้ภาษาไหนก็ตาม ถ้ามีแรงใจและบรรยากาศที่สนุก มันก็เรียนไปได้เรื่อยๆจริงๆนะ ยิ่งเรียนฟรีนี่ ขอให้บอกเลย 555

โครงการนี้เป็นหนึ่งในผลผลิตจากการบริหารภาษีประชาชนและได้รับสนับสนุนเงินส่วนนึงจาก EU ชอบตรงที่เอาไปถามเพื่อนชาวเอสโตเนียว่ารู้สึกยังไงกับโปรแกรมนี้ เพื่อนก็บอกดีแล้วที่ทำ เพราะว่าเป็นการเผยแพร่ภาษาเอสโตเนีย และต่อลมหายใจของภาษานี้ไปได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนคนบนโลกที่พูดภาษานี้แค่ 1.1 ล้านคนเท่านั้นเอง (922,000 คนในเอสโตเนีย และ 160,000 คนนอกเอสโตเนีย) เทียบกับภาษาไทยของเราที่มีคนพูดได้มากกว่า 20 ล้านคน คือห่างกันไกลมาก

อาจจะยังรีวิวข้อมูลของคอร์สอื่นไม่ได้เพราะยังไม่ได้ร่วมค่ะ ><

 

ระบบ Heath Insurance ที่ต้องหา Family Doctor

เบลล์พึ่งไปร่วมวงสัมภาษณ์ของนักศึกษาต่างชาติที่ย้ายมาพำนักในเอสโตเนียและกำลังทำวิจัยเรื่องปัญหาต่างๆที่ Expat พบเจอกันและต้องการให้แก้ไข พวกเค้าทำวิจัยนี้ขึ้นมาเพื่อเอาข้อมูลส่งไปให้องค์กรต่างๆไปพัฒนาปรับแก้ หลักๆที่พบกันมาก ก็คือยังติดเรื่องข้อมูลด้านสุขภาพที่แสนซับซ้อนว่าจะไปหาหมอต้องทำอะไรยังไง นี่จ่ายค่า Heath Insurance แต่ก้อ่านข้อมูลแล้วงงอยุ่ดี เรายังกลัวในการจะเดินไปโรงพยาบาลมากอยู่ เพราะข้อมูลในเวบมันก้ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจเลยว่าเราต้องทำไง เค้าบอกว่าบางคนไปรอคิวหมอ คือรอ 3 เดือน คือหายป่วยแล้วไหมงั้น แต่ก้มีคนที่เค้าป่วยหนักก้ไปหาได้เลย ก้ยัง งงๆ อยู่

แล้วที่นี่มีระบบ Family Doctor ที่ชาวต่างชาติหลายคนยังไม่เก็ทอยู่มาก และข้อมูลก็หาได้น้อยมาก คือถ้าคอร์ส Basic มันตอบโจทย์และช่วยให้เข้าใจเรื่องสิทธิต่างๆได้จริง ก็น่าจะเอาลง online ให้เข้าถึงกันได้ง่ายด้วย อย่างน้อยตอนนี้ก้เรียกว่าใจชื้น ยังมีกลุ่มคนที่คอยเป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดส่อง แต่จะมีพลังผลักดันหรือผู้รับสารจะนำไปปรับแก้กันไหมต้องรอดูอีกทีค่ะ ><

**ไปร่วม Basic Module มาแล้ว เรื่อง Family Doctor ก็ยังนับเป็นปัญหาหลักที่ทางเค้าก็ทราบดี และฐานข้อมูลเองก็มีแต่ภาษาเอสโตเนีย ถ้าเป็นนักศึกษามหาลัยก็จะพอถามจากเจ้าหน้าที่มหาลัยได้อยู่ (ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปฟัง Orientation ตอนนั้นเบลล์ skip เพราะ เพื่อนๆซ่ากันหมด ชวนกันไปกินกาแฟ 555) และเรื่องข้อมูลต่างๆอันนี้จริงๆสามารถเข้าไปโหลดหนังสือที่เค้าใช้สอนได้ใน Website แต่ด้วยความที่เค้าจัดข้อมูลเรียบร้อยเกินไปมังเราเลยไม่ทันสังเกต อันนี้จริงๆเบลล์คิดว่าเค้าควรทำเป็นสื่อหลายๆแบบเพื่อส่งต่อข้อมูลนี้ให้ถึงคนได้กว้างขึ้น จะทำ Infographic หรือ Video เพิ่มเติมนอกจากตัวหนังสือก็ได้ แต่ก็ได้แค่ comment เขาไป 555

ยังไงก็ตาม อย่างน้อยก้มีหวังนะคะ!!
ยังอยากไปร่วม Study กับ  Work Module ต่ออีก เพราะนอกจากเราจะได้เกร็ดความรู้แล้ว เรายังได้เพื่อนใหม่ที่ประสบปัญหาคล้ายๆกันด้วยค่ะ ^^ ยังไงถ้าใครไปปักหลักที่ประเทศไหน ถ้าเค้ามีโปรแกรมอะไรดีๆอย่างนี้ แนะนำให้ไปเข้าร่วมไว้นะคะ เป็นประโยชน์กับเราแน่นอนไม่มากก็น้อยเลย!

Best wishes,
Belle

https://www.settleinestonia.ee/

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Health care ในเอสโตเนีย
https://www.ut.ee/en/welcome/health-care
https://www.tlu.ee/…/taxo…/term/90/health-care-and-insurance
http://www.studyinestonia.ee/en/healthcare
https://www.eesti.ee/…/health-and-medical-care/medical-care/
https://www.haigekassa.ee/en/people/health-insurance

[ Kiwi-in-Eesti ] Thai food truck in Tallinn ‘Taibaan’

[ Taibaan ]

ร้านอาหารไทยขุมทรัพย์ใหม่สุดชิวแห่ง Talliinn

เริ่มต้นจากการที่เพื่อนๆ สาขา Animation เจอที่นี่เพราะมากินเบียร์ที่บาร์ Kopli2 หลังเลิกเรียน ซึ่งที่นี่ห่างจากมหาลัย EKA แค่เพียงหนึ่งกลั้นหายใจ คือมันใกล้มากจริงๆ 55 แล้วเบลล์ก็เดินผ่านบ่อยด้วย พอเห็นป้ายหน้าร้านเขียนภาษาไทยกับเพื่อนบอกให้ไปบ่อยเข้า ก็แบบต้องเข้าไปลองชิมสักวันละ ต้องโดนๆ แล้วพอได้ชิมก็คือต้องกลับมาซ้ำอีก แง้ บอกแล้วว่าคิดถึงอาหารไทย 55
ในส่วนของอาหารนั้นก็มีเมนูที่เป็น Signature คือ ผัดไทกับก๋วยเตี๊ยว นี่แหละ เพราะก๋วยเตี๋ยวเค้าเด็ดที่เป็นต้มยำน้ำข้น หาในร้านอาหารไทยอื่นยาก และด้วยความที่เบลล์เป็นแฟนพันธ์แท้เรื่องเส้น ชอบเส้นมากกว่าข้าว นี่จึงเป็นสิ่งที่ถูกจริตม้ากกกกก ที่นี่ยังมีข้าวเหนียวขายกินคู่กับยำหมูย่างด้วยนะ แล้วก็มีน้ำปั่นต่างๆ นี่คือแบบยกความทรงจำที่ไปซื้อกินหลังโรงเรียนมาไว้ที่หลังบ้านคุณเลยค่ะ

ร้าน Taibaan ซ่อนตัวอยู่ที่สนามหลังร้าน Kopli2 เป็นร้านอาหารบนรถตู้สีขาว แล้วก็นั่งชิวกินที่สนามด้านหลังได้ ตอนที่อากาศยังไม่เย็นขนาดนี้คือมันเป็นบรรยากาศแบบที่หาที่อื่นไม่ได้เลยค่ะ ร้านอาหารส่วนมากมันจะไม่ Local ขนาดนี้ อันนี้คือแบบเหมือนเพื่อนเปิดหลังบ้านให้มาปาร์ตี้กัน 555

 

Image may contain: one or more people, night, indoor and outdoor
บรรยากาศก่อนต่อเติมสำหรับฤดูหนาว ขวาคือ Kopli2 ด้าน Outdoor จะมี Taibaan อยู่ ภาพจากเพจ Taibaan

ครั้งแรกมาพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านก่อน คือเห็นป้ายภาษาไทยแล้วใจมันชอบคิดว่า เอ๊ะ คนไทยจริงหรือเปล่างี้ 555 ก็เลยเข้าไปสำรวจว่า คนไทยหรือเปล่าค้า สรุปก็คนไทยจ้า แล้วพี่เล็ก(เจ้าของร้าน Taibaan) ก็อัธยาศัยดีมาก พี่ใจดีมากกกก พูดคุยสนุกสนาน ลูกมือของร้านก็คือลูกชายของพี่เล็กเอง พึ่งจบม.ปลายจากไทยแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ไม่นาน ซึ่งน้องก็ขยันขันแข็งช่วยแม่เต็มที่ ก่อนจะต้องไปหามหาลัยเรียนต่อในระดับ ป. ตรี ในปีหน้า

Image may contain: 2 people, people sitting, people eating, food and indoor
ภาพจากเพจ Taibaan

ครั้งที่สองที่ไปร้าน คือไปกับเพื่อนๆอีก 3 คน สั่งความเผ็ดคนละระดับหมดเลย (มีความเผ็ด 4 levelจ้า) เมนูที่ร้านตอนนี้อาจจะมีไม่เยอะเพราะว่าข้อจำกัดเรื่องพื้นที่บนรถตู้ แต่ได้กินก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นในวันที่อากาศหนาว คือมันอบอุ่นใจจริงๆ ❤ แบบ This is my home ตอนหลังพาเพื่อนมากินกี่คนๆก็คือติดใจมาก แม้คนที่นี่พอได้ยินคำว่า Soup จะไม่ค่อยอยากสั่ง แต่พอให้ลองชิมเท่านั้นแหนะ ตาเบิกกว้าง แบบโอ้ยย ชั้นน่าจะสั่งอันนี้ 5555

 

พี่เล็กจริงๆแล้วเคยเปิดร้านอาหารขายที่เมือง Viljandi มาก่อนแล้วประสบความสำเร็จมาก มีความลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ 5555 ตอนนี้ครอบครัวพี่เล็กย้ายมาอยู่ Tallinn ก็มาเปิดร้านจริงจังๆ มีลูกค้าประจำเยอะมาก เพราะติดใจรสอาหารแล้วก็อัธยาศัยของพี่เล็กนี่แหละ พี่เค้ายิ้มแย้มคุยสนุกมากๆๆ ^_^

ก่อนหน้านี้เบลล์ได้ไปลองชิมร้านอาหารไทยเจ้าอื่นมาบ้าง แต่ราคามันก็สูงเกินจะมากินได้บ่อยๆเนอะ แม้จะอร่อยมากก็ตาม แต่ที่นี่ราคายังจับต้องได้และรสชาติแบบที่เรากินกันปกติที่ไทย คือแบบ ฮือออ ดีใจจุงๆ ข่าวดีคือเดี๋ยวทางร้านจะย้ายเข้าไปขายในโซน Kopli2 ต้อนรับหน้าหนาวด้วย เพราะหิมะตกให้ทำร้านอยู่ในรถตู้ก็สงสารพี่เค้าอ่ะ ข้างนอกมันหนาวจริงๆ ขนาดนี่ยังไม่หน้าหนาวเลยค่ะ

มื้อล่าสุดเมื่อวาน ไปกับเพื่อนชาวรัสเซียอีกคน เพื่อนก็ชมอาหารแล้วชมอีก บรรยากาศก็ดี แล้วพอได้คุยกับพี่เล็กก้เข้าเรื่องถามว่าพบรักกับสามีชาวเอสโตเนียได้ยังไง 5555 เพราะนางชอบฟังเรื่องความรักคนอื่น (คนนี้เป็นคนที่ทำให้เบลล์เห็นว่าประเด็นความรักเล่าให้ไม่เลี่ยนไม่น่าเบื่อได้หลายแบบมากขึ้น) แล้วตอนนี้ตัวนางเองก็มีคุยกับคนเอสโตเนียแต่เหมือนไม่รู้ว่ายังไง ความสัมพันธ์ซับซ้อน พี่เล็กก็เป็นสิรานีให้กันไปอีก เอ้อ สนุกอ่ะ 555
ยังไงถ้าใครมาเที่ยว Tallinn ก็ห้ามพลาดร้านนี้นะคะ ใกล้ Baltijaam นิดเดียวเอง!
ร้านเปิด 12.00-21.00 ค่ะ
ถ้ามีปาร์ตี้ก้รับทำอาหารจ้าเข้าไปดูในเพจเพิ่มเติมได้เลยเด้อ แต่แนะนำให้มาชิม จะติดใจ!
https://www.facebook.com/taibaan.tallinn
Head isu!

ส่ง Kiwi ไป Eesti (05) : เมื่อเจ้าเม่นน้อยกล้าเดินฝ่าหมอก

ขอข้ามตอนที่ 4 มาเล่าตอนสำคัญก่อนนะคะ เรื่องการขอ Visa ค่ะ

ตอนนั้นเบลล์ปวดหัวที่สุด เรียกว่า ถ้าเอาเวลาที่ไปศึกษาหาข้อมูลเรื่องเตรียมขอยื่นวีซ่าไปทำอย่างอื่นคงชิวไปละ 555 เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ไว้ค่า เพราะแต่ละประเทศมันก็มีหลักเกณฑ์ วิธีการไม่เหมือนกัน แถมยิ่งเป็นประเทศที่ไม่มี สถานฑูต ในไทยยังงี้ เราต้องทำยังไงบ้าง มาลองดูกันค่ะ !


 

{ สารบัญ }

  1. ตัดสินใจเรียนต่อ (ซะที!)
  2. เตรียมตัวเรียนต่อของจริง!
  3. ทำไมต้อง Estonia?
  4. ขั้นตอนการสมัครเรียนที่ Estonian Academy of Arts
  5. ไม่มีสถานฑูต Estonia ในไทย จะยื่นขอวีซ่าไปเรียนต่อยังไง?
  6. วีซ่าติดตามคู่สมรส : เรื่องสำคัญของคนที่แต่งงานแล้ว

 


(5)

ไม่มีสถานฑูต Estonia ในไทย จะยื่นขอวีซ่าไปเรียนต่อยังไง?

 

ว้าวุ่นอยู่นานเกือบเดือนหลังจากได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่ Estonian Academy of Arts เบลล์ผู้ซึ่งไม่เคยไปเหยียบดินแดนยุโรปเลย…ก็ต้องมานั่งเตรียมเอกสารมากมายก่ายกองเพื่อขอวีซ่าให้ได้ (จะเรียนนนนนนน!!)

ทั้งขอเอกสารจากธนาคาร ทั้งจ้างแปลและรับรองเอกสารแปลจากกงสุล จ่ายค่าเรียนเทอมแรก ค่ามัดจำหอพัก ค่าส่งเอกสาร จ่ายเงินล่วงหน้าไปทั้งหมดแล้วเกือบแสน

แต่ความพีคมันอยู่ที่ประเทศไทยไม่มีสถานฑูตเอสโตเนีย!!

Continue reading

[ Kiwi-in-Eesti ] สำรวจ Tallinn Old Town ด้วย Free walking tour!

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมื่อวานฟ้าสดใสมาก ไม่มีเมฆครึ้ม ไม่มีฝนตกแบบสองสามวันก่อน

แต่เราไม่ได้ออกไปไหนเลย

นั่งมองหน้าต่างบานใหญ่ นอนเล่น อยู่ในห้อง เลื่อน FB ไปเรื่อยๆ

เฮ่ย! มันใช่หรอฟะเบลล์ มาทำอะไรที่นี่ อย่าลืมๆ!!

(ไอดอลคือพี่แจ๋ที่ใช้ทุกวันในการเรียน explore อย่างคุ้มค่า+++)

 

กีวี่ควรจะออกไปผจญโลกแบบที่ตั้งใจตอนก่อนมาสิ!

ก็เลยตัดสินใจพิมพ์ไปชวนน้องน้ำหวาน คนไทยอีกคนที่มาเรียนที่นี่แต่คนละมหาลัย บอกว่าไป Free walking Tour ที่ Old town กันไหม แล้วก็ชวน John ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเราเองไปด้วย เพราะน้องบอกว่าไปกันหลายๆคนเลยพี่สนุกดี ก็เลยชวนไปด้วยกันสามคน สรุปก็โอเค ได้ไปเที่ยวเจอผู้คนแล้วเว้ยยย เย่ๆๆๆ

23 AUG’18
8am – Muusa Majutas

 

Continue reading