5 December, today is the day before that.

4 December

เพลงสรรเสริญร้องก้องบารมี
วันแห่งความข้อใจในเรื่อง ความเป็นคนไทยในกรุงเทพ หรือเป็นกรุงเทพแบบไทย?

วันนี้ได้ไปร่วมงานวันพ่อที่โรงเรียนเทพสิรินทร์

นักเรียนครับ ครูคิดว่าสุภาพบุรุษลูกแม่รำเพยทุกคนจะเข้าใจความสำคัญของพิธีวันนี้เป็นการดีอยุ่แล้ว เพราะฉะนั้น โปรดให้ความตั้งใจกันด้วยนะครับ นักเรียนทุกคน ขอบคุณมากๆครับ

เดี๋ยวนี้ครูต้องขอบคุณนักเรียนแล้วนะคะ
ระบบที่ว่า “นักเรียนทั้งหมด-นั่ง!” หรือ “แถวตรง!” ก็ยังมีอยุ่ดังกลิ่นอายทหารฝึกสนาม
โรงเรียนชายชาตรีจะมีกลิ่นอายความเป็นทหารก็ไม่แปลก แต่ที่นี่เค้าหย่อนยานไปมากแล้ว
ซึ่งแต่เดิมเราก็เห็นด้วยว่าระบบโรงเรียนไทยที่มีการทำโทษนักเรียนที่ผิดกฏระเบียบและไม่เชื่อฟังครู เป็นระบบที่ทำให้คนก้มหัวกับอำนาจอยุ่ แต่ในบริบทของกิจกรรมส่วนรวมแบบนี้ มันดูเป็นเรื่องประหลาดไปเสียหล่ะสำหรับการทำตามสิ่งที่ตัวเองคิด ณ พื้นที่และเวลาที่ทุกคนจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการกระทำส่วนรวม

เราเห็นว่านักเรียนไม่ก้มหัวให้กับอำนาจอีกต่อไปและยังละเลยต่อสัญลักษณ์ที่คิดว่าทุกคนให้ความเคารพกันอย่างน่าตกใจ? ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือเหมือนเราเดินเข้าไปในกรงนกร่าเริงที่เข้าแถวคุยกันในกล่องสี่เหลี่ยมของตน ขี้นก และอะไรต่างๆตกกระจายเป็นพื้นสนาม ขณะที่หัวหน้าฝูงนกพยายามจะนำพานกเหล่านั้นไปสู้พิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ เจื้อแจ้วไร้สาระในพื้นที่และเวลาแห่งสาธารณะเพราะต้องการเติมเต็มความต้องการของตัวเองนั้นคืออะไร? เรากำลังตามแบบฝรั่งที่ไม่มีการทำความเคารพหรือทำพิธีการแบบนี้จริงๆหรือ? การให้เกรียติเป็นเรื่องของสังคมในสาธารณะ เราเชื่อว่า การมีจิตร่วมในสังคม อาจจะแค่ยืนมองกองไฟกองเดียวกันในฤดูหนาวสุดขั้วโดยไม่ปริปากพูดอะไรก็เป็นได้ แต่ในการจะบังคับหรือสอนให้คนรู้จักกับความรู้สึกแบบนั้นและเกิดอยากมีส่วนร่วมไปด้วยจิตสำนึกของตนเอง พิธีการรีตรองต่างๆที่ถูกปฎิบัติสืบทอดกันมาอาจจะไม่เหมาะจะใช้กับเด็กไทยสมัยนี้เสียแล้วก็ได้

โดยส่วนเราไม่เชื่อในพิธีการต่างๆ(ไม่นับพิธีการทางศาสนาพุทธ)ของคนกรุงเทพ เราคิดว่าแก่นของมันได้หายไปตามกาลเวลาแล้วหลังจากที่บรรพบุรุษนำเข้าวัฒนธรรมเหล่านั้นจากทุกสารทิศทั่วไทยมารวมในเมืองหลวง หลายๆอย่างหลอมรวมและสร้างตัวเป็นสิ่งใหม่ เราเชื่อว่ามันจักต้องมีการพัฒนา การอนุรักษ์แบบร่วมสมัยมันมีจริง แต่เราต้องเรียนรู้และเข้าใจแก่น มิเช่นนั้นเราจะหลอมเอาแก่นมันมาได้อย่างไร? ถ้าเราลืมเสียแล้วว่าแก่นของกิจกรรมต่างๆมันคืออะไร สิ่งที่เหลืออยุ่ก็จะเป็นเพียงแค่ ภาพพิธีการ ที่ส่งต่อๆกันมา

ภาพพิธีการ เหล่านั้นส่งต่อมาเป็นภาพจำ ไม่ใช่ความรู้สึกลึกๆในจิตใจที่เกิดระหว่างร่วมพิธีการเหล่านั้นเสียแล้ว สิ่งที่จดจำได้ ถูกบันทึกในสมองเป็นภาพ แต่ไม่ถูกบันทึกในจิตใต้สำนึก ภาพพิธีการที่ถูกนำมาทำซ้ำก็ไม่ได้ตอกย้ำและทำงานกับจิตใต้สำนึกคนอีกต่อไป เป็นเพียงแค่การทำซ้ำ ภาพจากปีก่อนๆโดยเปลี่ยนตัวแปรไปตามโอกาศ

เขาบอกว่า งานดีไซน์ที่ดีจะตอบสนองและทำงานกับจิตใต้สำนึกของผู้ใช้
เราว่าพิธีการก็เช่นกัน

ภาพยิ่งใหญ่เท่าฝาบ้านล้อมรอบกรอบทองให้มองเป็นแค่กระดาษติดสีก็เป็นได้ถ้าเราไม่ให้ความหมายกับมัน

เราสับสนมากๆขณะที่นั่งมองภาพพิธีที่คนจัดทำด้วยความตั้งใจสานต่อปีก่อนมาๆ มีเบื้องหลังเป็นนกกระจิบกระจอกรอคอยจะบินโพและส่งเสียงเจี้ยวจ้าวให้ดังกว่าเดิมข้างหลัง เรางงว่า สุดท้ายแล้ว เราควรจะมีกิจกรรมสังคมแบบนี้อยุ่มั้ยในโลกที่เปิดให้คนเป็นเสรี? แล้วคนเหล่านั้นเค้าเข้าสังคมในแบบไหนกัน การที่เราให้เกรียติคนในแบบของเราเองแต่มีส่วนร่วมอย่างจริงใจในงานมันย่อมดีกว่าอยุ่ในงานแบบเหมือนให้เกรียติแต่ใจนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมกับมันเลย เหมือนใส่ชุดที่ไม่เข้าพิธีการแต่ฟังด้วยความตั้งใจ กับคนที่ใส่ชุดเหมาะสมแต่กลับไม่มีใจเอาสิ่งที่ฟังมาขบคิดต่อย่อมต่างกัน เราจึงควรนำเอาตรงกลางมาเจอกันในสังคมอย่างนั้นสินะ?

กินข้าวเช้า-หลางวันที่ร้านข้างถนนร้านประจำแถวบ้าน
มีคุณลุงขับสามล้อมาร่วมวงสนทนาด้วย..

เราคิดว่าการที่เราอยุ่กรุงเทพเรานั้นโชคดีหลายอย่าง แต่เราก็พลาดหลายอย่างเช่นกัน

ภูมิปัญญาชาวบ้านของคนสมัยก่อนในต่างจังหวัดที่ศึกษาด้วยโรงเรียนธรรมชาตินั้น มันน่าทึ่งเพียงใด เราไม่รู้
เรามีการศึกษา..ที่ได้มาง่ายดาย หรืออาจจะคิดว่ายากแล้วสำหรับเรา
จนเราเลิกจะเป็นนักทดลองด้วยตัวเองกันไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาไทยที่ไม่เน้นให้เด็กเป็นนักคิดภูมิปัญญาของตนเองมันรังแต่จะทำร้ายให้คนมีการศึกษามองโลกแคบและมีใจกล้าน้อยกว่า คนที่รู้จักทำภูมิปัญญาของตัวเองเสียอีก
คิดดูหากคนสมัยก่อนได้เกิดมีการศึกษาจริงๆ สิ่งที่เค้าทำเหล่านั้น ทั้งเอาการนำเอาท่อนไม้ไผ่ใส่นุ่นติดหินที่ปลายข้างหนึ่งเพื่อเอาตะไบเหล็กเสียดหินให้เกิดประกายไฟติดนุ่นเพื่อจุดเป็นแหล่งไฟเพราะยังไม่มีไฟแช็กนั้น มันอาจจะนำพาชาวบ้านกลุ่มนั้นให้เป็นผู้คิดค้นไฟแช็คแนวใหม่ขึ้นมาอีกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเรียนวิธีการเขึยนรายงาน แต่ต้องเรียนวิธีพัฒนาต่อยอดกันไปเรื่อยๆมากกว่า

คนสมัยก่อนมีความสัมพันธ์กับวัดอย่างลึกซึ้ง และกับเพื่อนบ้านอีกด้วย
แต่ยุคของเรานั้นเปล่า
ตัวเราเองก็เป็นส่วนที่สานต่อมันไป เรารุ้แล้ว เราต้องเริ่มที่ตัวเรา
เอาหล่ะ เพื่อนบ้าน ทักกันซะหน่อย….

อีกอย่างที่พบเจอในความเป็นไทย แบบสบายๆนี่ก็คือ

ความไม่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่ทุกๆเรื่องที่คนไทยจะละเอียดอ่อนด้วย แต่เรื่องที่ควรจะละเอียดอ่อนเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นและมาตรฐานที่ดีให้กับชีวิตคนไทยกลับถูกละเลยอย่างสิ้นเชิง
การทำอาหารขายตามข้างทางอย่างน้อยเพื่อปะทังชีวิตตนเราก็เข้าใจ แต่การทำโดยละเลยความสะอาดเสียสิ้นเราไม่นับเป็นการ ไม่มีต้นทุน เรานับเป็น ความไม่ใส่ใจ
ร้านอาหารบางร้านทำกับข้าวอร่อยมากแต่น้ำชาที่แจกให้ฟรีใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่อย่างดีกลับมีเศษฝอยขัดหม้อกระจายซ่อนอยุ่เต็มไปหมด พ่อเราถึงรู้ก้ยังดื่มต่อเพราะเราไม่มีอะไรให้เลือก คนไทยก็แบบนี้แหละ เราก็เหมือนแมลงสาบ…

พ่อบอกว่าถ้าเค้าใส่ใจเราจริงเค้าคงนั่งคิดตอนที่ลูกค้ายังไม่มาอีกด้วยว่าจะแก้ปัญหาแมลงวันที่บินตอนลูกค้าเค้าตอนกินข้าวยังไงได้บ้าง วิธีแก้ปัญหาแบบง่ายๆไทยๆมีให้เห็นเยอะแยะมากมาย แต่ส่วนมากนั้นทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้เอาไปพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ไปยังคนอื่นด้วย

ล้างจานล้างแก้วให้สะอาด เกี่ยวกับต้นทุนทางเวลา

แต่เราอยากจะล้างจานแบบที่คุณล้างให้เราทานมากเลย คุณจะยอมให้ลูกคุณทานมั้ย? ร้านนี้

ความไว้ใจในเมืองสยามมันยังสำผัสได้เป็นพักๆ รอยยิ้มที่คนไม่ได้ยิ้นสยามให้กันแบบสมัยก่อนแต่บรรยากาศยังพออบอวลก้พอทน แต่เราไม่เชื่อว่าคนไทยในกรุงเทพ(เราไม่อิงที่จังหวัดอื่นเพราะเราเกิดในกรุงเทพและรู้จักเพียงเท่านี้)จะใส่ใจผู้อื่นโดนจิตใต้สำนึกจริงๆ

เราไม่เชื่อว่าคนไทยจะมีแค่มุมสวยงามอย่างที่เยินยอกัน และทุกคนก้ยอมรับในด้านร้ายของมันแต่ไม่แก้ไข
บางทีมันเริ่มง่ายๆจากตัวเรา ใช่!ตัวเราเองก้ควรเริ่มด้วย! แล้วค่อยบอกต่อผู้อื่น เราอยากให้คนไทยได้ตระหนักในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้นที่เราทำแล้วส่งผลกระทบต่อคนอื่น เราเชื่อว่าแค่ทำอาหารขายให้สะอาดจริงๆก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว
จริงใจกับลูกค้าเหมือนเค้าเป็นญาติพี่น้องที่มาอุดหนุนเรา
มันจะดีขนาดไหนกันนะ..

will translate and reorganize my thought later, this is just to note it.

2 thoughts on “5 December, today is the day before that.

  1. เราเองก็มีมุมคิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน: ความเป็นคนไทยในกรุงเทพ หรือเป็นกรุงเทพแบบไทย?
    เปิดประเด็นไว้หลายมุมคิดน่าคุยต่อ

    1. ไว้หนูเรียบเรียงความคิดใหม่แล้วมาลองแลกเปลี่ยนความคิดกันนะคะ อันนี้คือความคิดกับอารมณ์ดิบๆที่อยากบันทึกไว้ค่ะ หนูพึ่งหัดเขียนบล๊อค รวมทั้งพึ่งหัดมองโลกและเปิดใจกับมัน ยังไงถ้ามีคำแนะนำอะไร เขียนทิ้งไว้ได้เลยนะคะ 🙂 มุมมองของวันที่เขียนนี้ยังไม่กลั่นกรองและไตร่ตรองมากเท่าไหร่นัก มันเลยสับสนและเหมือนยำๆกันไปหมด
      ขอบคุณมากๆค่ะ ตกใจที่มีคนอ่าน แหะๆๆๆ ><

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s